Categories
10 คัมภีร์นักขายผู้ยิ่งใหญ่

มหาเศรษฐีผู้ยิ่งใหญ่ [7]

The Greatest Salesman In The World -7-

เฮฟิดผ่านกำแพงของเมืองดามัสกัสเข้าไปทางประตูด้านตะวันออก เขาขี่ลาไปตามถนนชื่อสเตรทด้วยความรู้สึกที่ไม่ค่อยมั่นใจ ในความสำเร็จทางธุรกิจตามที่หวังไว้เท่าใดนัก เสียงพูดและเสียงตะโกนที่ทั้งไม่ได้ศัพท์จากร้านค้านับร้อยทั้งสองข้างถนน ได้ทำให้เขาเกิดความหวาดหวั่นขึ้นเล็กน้อย

เพราะการเข้าเมืองใหญ่เช่นนี้แต่เดียวดาย ย่อมต่างกับการติดตามมากับกองคาราวานที่มีอิทธิพลของแพทรอสยิ่งนัก พ่อค้าเร่บนถนนได้เข้ามาหาเขาทั้งสองข้างทาง เพื่อเสนอขายสินค้าที่อยู่ในมือ แต่ละคนต่างพยายามที่จะพูดด้วยเสียงดังเพื่อจะให้กลบเสียงคนอื่นได้ เขาผ่านร้านเครื่องเงินและเครื่องทองเหลือง ร้านขายถ้วยชาม เสื้อผ้า เครื่องประดับและสินค้าจิปาถะ ทุกก้าวที่ลาของของย่างไปเผชิญกับคนขายของ ที่ยื่นมือพร้อมด้วยสินค้ามาเสนอพร้อมกับถ้อยคำที่น่าเห็นใจ

ยอดเขาเฮอร์มอนต์ปรากฏอยู่เบื้องหน้าทางด้านตะวันตกของกำแพงเมือง แม้ว่าขณะนั้นจะเป็นฤดูร้อน แต่บนยอดเขาก็ยังคงปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลน คล้ายกับว่ากำลังจ้องมองดุความจอแจของตลาดด้วยความสงบ และเฉยเมย เฮฟิดเดินเลี้ยวออกจากถนนสายใหญ่ของกรุงดามัสกัส เพื่อเสาะหาที่พักซึ่งมีอยู่ทั่วไปภายในเมือง เขาตกลงใจพักอยู่ที่โรงเตี้ยมแห่งหนึ่งมีชื่อว่ามอสช่า และได้จ่ายเงินล่วงหน้าค่าเช่าห้องที่สะอาดสะอ้านเป็นเวลาหนึ่งเดือน ซึ่งทำให้ให้เขาเป็นที่เกรงอกเกรงใจแก่แอนโธนี่เจ้าของโรงเตี้ยมในทันทีที่ ได้รู้จัก เฮฟิดนำลาไปไว้ที่โรงเลี้ยงหลังโรงเตี้ยม และเลยไปอาบน้ำชำระร่างกายในลำน้ำบาราดา ก่อนที่จะกลับไปยังห้องพักของตน

เขาหยิบกล่องไม้วางลงที่หัวเตียง แล้วแกะสายหนังที่พับรอบๆ ออกและฝากล่องก็เปิดออกอย่างง่ายดาย เขามองลงไปที่ม้วนแผ่นหนัง แล้วเอื้อมมือไปสัมผัสอย่างแผ่วเบาคล้ายกับว่าม้วนหนังเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ มีชีวิต แต่แล้วเขารีบหดมือกลับไปทันทีทันใด รีบลุกขึ้นยืนและเดินไปที่หน้าต่างซึ่งเปิดอ้าอยู่ เสียงจอแจในตลาดซึ่งอยู่ห่างออกไปตั้งครึ่งไมล์ยังคงดังลอดมาถึงห้องนั้น ความหวั่นใจได้หวนกลับมาสู่ความนึกคิดของเขาอีกครั้งหนึ่ง เมื่อเขามองไปยังเสียงอึกทึกครึกโครมในตลาด ยิ่งกว่านั้น เขารู้สึกว่าความมั่นใจที่เคยมีมาก่อนได้เริ่มหดหายไป เฮฟิดหลับตาและพิงศีรษะกับฝาผนัง เขาร้องออกมาดังๆ ว่า “ทำไมถึงโง่เช่นนี้เล่า? จากเด็กเลี้ยงอูฐ ข้าจะเพ้อฝันเป็นนักธุรกิจยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกได้อย่างไรกัน ในเมื่อข้ายังไม่กล้าพอแม้แต่จะย่างผ่านกลุ่มพ่อค้าเร่ ที่กำลังล่าเหยื่ออยู่อย่างหนาแน่นบนถนนได้ วันนี้ข้าได้เห็นด้วยสายตาตนเองแล้วว่าพ่อค้าเร่นับร้อยทั้งสองฟากถนน ต่างมีศิลปะในการเสนอขายสินค้าได้เหนือกว่าข้ามากนักทุกคนต่างมีความกล้า ความกระตือรือร้น และความพยายามดูเหมือนว่า พวกเขาต่างตั้งใจที่จะมีชีวิตแข่งขันอยู่ในป่าแห่งธุรกิจให้ได้ และจะไม่เป็นความโง่และงมงายของข้าหรือที่จะคิดแข่งขันให้นำหน้าพวกเหล่านี้ ได้ ท่านแพทรอส…กระผมกลัวว่าจะทำความล้มเหลวให้กับความหวังของท่านอีก”

เขาล้มตัวลงบนเตียงนอนด้วยความเหนื่อยอ่อนจากการเดินทาง และสะอื้นด้วยความหดหู่ใจก่อนที่จะหลับไปในที่สุด

เฮฟิดตื่นขึ้นด้วยเสียงดังจอแจของนกกระจอกนอกหน้าต่างในยามเช้า เขาลุกขึ้นนั่งมองไปที่นกกระจอกตัวหนึ่ง ซึ่งเกาะอยู่ที่ขอบกล่องใส่ม้วนแผ่นหนังอย่างไม่เชื่อสายตาตนเอง ทันใดนั้นเขารีบเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปข้างนอกเห็นนกกระจอกเป็นพันๆ ตัวกระโดดไปมาอยู่บนกิ่งต้นไม้ใบหนา พร้อมกับส่งเสียงร้องต้อนรับวันใหม่ที่กำลังย่างเข้ามา ขณะที่เขายืนมองอยู่ นกบางตัวได้บินมาเกาะที่ขอบหน้าต่าง แต่แล้วก็บินหนีไปอย่างรวดเร็วเมื่อเฮฟิดเคลื่อนเข้าไปใกล้ เขาได้หันกลับไปมองที่กล่องไม้อีกครั้ง เห็นนกกระจอกตัวเดิมยังเกาะอยู่ที่กล่องไม้ซีด้าร์อย่างเก่า มันผงกศีรษะและจ้องกลับมาที่เขาอย่างไม่กลัวเกรง

เฮฟิดค่อยๆ เดินเข้าไปที่มัน ยื่นแขนออกไปข้างหน้า นกน้อยกระโดดขึ้นมาเกาะบนหลังมือ เขาพูดกับมันอย่างแผ่วเบาว่า “พวกของเจ้านับพันข้างนอกต่างมีความหวาดกลัวในตัวข้า แต่เจ้ากล้าพอที่จะเข้ามาในห้องนี้และยังกล้าที่จะเกาะข้าอีกด้วย”

นกน้อยตัวนั้นได้จิกลงบนหลังมือเขาเบาๆ เด็กหนุ่มค่อยๆเดินไปที่โต๊ะริมผนังที่มีขนมปังกรอบและเนยแข็งวางอยู่ เขาหักแผ่นขนมปังออกเป็นชิ้นเล็กๆ วางลงข้างเพื่อนใหม่ของเขา และมันก็เริ่มกินเศษขนมปังอย่างมีความสุข

ความคิดอย่างหนึ่งได้แวบเข้ามาในสมองเฮฟิดเขาเดินกลับไปที่หน้าต่าง มองดูฝูงนกกระจอกข้างนอกอีกครั้งหนึ่ง นกตัวใดก็ตามที่เข้ามาในห้องของเขาได้จะต้องมีความกล้าหาญเป็นพิเศษ เขาหันไปดูนกน้อยซึ่งกำลังกินขนมปังอยู่บนโต๊ะ แล้วระลึกถึงคำพูดของแพทรอสขึ้นมาได้ เขากล่าวคำเหล่านั้นด้วยเสียงดัง “ความล้มเหลวจะไม่มีอิทธิพลเหนือความพยายามของข้าได้ หากการตัดสินใจเพื่อนความสำเร็จของข้ามีความแข็งแกร่งพอ”

เขาเดินไปที่กล่องไม้ยื่นมือลงไปข้างใน รู้สึกว่ามีม้วนหนังอยู่ม้วนหนึ่งที่อบอุ่นกว่าม้วนอื่นๆ เขาหยิบขึ้นมาจากหีบและคลี่ออกเบาๆ ความหวาดหวั่นและความไม่มั่นใจในตัวเองได้หดหายไป เขาหันไปดูนกกระจอกที่อยู่บนโต๊ะ แต่ปรากฏว่ามันหายไปเสียแล้ว เหลือเพียงเศษขนมปังและเนยแข็งเท่านั้น ที่เป็นหลักฐานในความกล้าหาญของมันเฮฟิดมองดูแผ่นคัมภีร์ในมือ มีอักษรตัวโตขึ้นต้นว่าฉบับที่ 1 เขาเริ่มอ่านข้อความบนแผ่นหนังม้วนนั้นต่อไป….