Categories
10 คัมภีร์นักขายผู้ยิ่งใหญ่

มหาเศรษฐีผู้ยิ่งใหญ่ [6]

The Greatest Salesman In The World -6-

คืนที่สี่หลังจากที่กองคาราวานกลับมาถึงสำนึกงานใหญ่ในเมืองพาล์มมีร่า เฮฟิดถูกปลุกให้ลุกขึ้นจากที่นอนซึ่งทำด้วยฟางในคอกสัตว์พาหนะ และได้รับแจ้งว่าแพทรอสต้องการพบตัวโดยเร็วที่สุด

เขารีบตรงไปยังที่พักของนายจ้างอย่างรีบเร่ง และยืนอยู่หน้าเตียงนอนอันกว้างใหญ่ของแพทรอส ผู้เฒ่าลืมตาขึ้นและเหวี่ยงผ้าห่มผืนหนา ออกจากกาย ก่อนที่จะลุกขึ้นนั่งใบหน้าของเขาดูซีดเซียว เส้นเลือดโปนและนูนขึ้นจนเห็นได้ชัด เฮฟิดแทบจะไม่เชื่อสายตาตนเองว่า ชายชราเบื้องหน้าคือบุคคลคนเดียวกับที่เขาได้เคยพูดคุยกันมาเมื่อสิบปีกว่า วันก่อน

แพทรอสเลื่อนตัวนั่งลงบนขอบเตียง ขณะที่เด็กหนุ่มนั่งอย่างสงบอยู่ใกล้ๆ เพื่อรอฟังคำพูดจากชายชรา เสียงของแพทรอสที่กล่าวออกมาก็ต่างกับเสียงที่เฮฟิดได้ยินมาครั้งก่อน อย่างเห็นได้ชัด

“ลูกรัก เจ้ามีเวลาหลายวันเพื่อตัดสินใจในความทะเยอทะยานของเจ้า และตอนนี้เจ้ายังคงคิดจะเป็นนักธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่อยู่อีกหรือ?”

“ครับท่าน”

แพทรอสผงกศีรษะ “ถ้าเช่นนั้นก็ดีแล้ว ข้าตั้งใจจะใช้เวลากับเจ้าให้มากกว่านี้ แต่เจ้าก็คงจะเห็นได้แล้วว่าข้าเป็นอย่างไรในตอนนี้ แม้ข้าจะตระหนักดีว่าเข้าเป็นนักขายสินค้าผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุค แต่ข้าก็ไม่สามารถจะขายความตายของข้าให้กับใครได้ มัจจุราชได้เฝ้ารอคอยวันสุดท้ายของข้าเหมือนกับ สุนัขหิวโหยที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูครัว และเช่นเดียวกับสุนัขที่หิวจัด มัจจุราชรู้ดีว่าประตูทางเข้าจะต้องถูกละทิ้งไว้โดยไม่มีคนเฝ้าไม่ขณะใดก็ ขณะหนึ่ง….”

อาการ ไอภายในลำคอได้ขัดจังหวะแพทรอสก่อนที่เขาจะพูดจบตอน เฮฟิดนั่งฟังอย่างสงบขณะที่แพทรอสพยายามต่อสู้กับโรคชราของตัวเอง ในที่สุดอาการไอของเขาก็หยุดลงและชายชรายิ้มอย่างเหนื่อยอ่อน “เวลาที่เราจะอยู่ด้วยกันมีไม่มากนัก ดังนั้นให้เราเริ่มต้นเสียเลยแต่บัดนี้ประการแรก ให้เจ้าเลื่อนกล่องไม้ซีดาร์เล็กๆ ออกมาจากใต้เตียงก่อน”

เฮฟิดคุกเข่าลงและดึงเอากล่องไม้เล็กๆ ที่มีสายหนังพันรอบออกมาจากใต้เตียงและวางไว้ตรงหน้าผู้เฒ่าแพทรอสหายใจยาว ก่อนที่จะพูดว่า “หลายปีมาแล้วเมื่อฐานะของข้าด้อยยิ่งกว่าเด็กเลี้ยงอูฐ ข้าได้ช่วยเหลือคนเดินทางที่มาจากตะวันออกผู้หนึ่ง ให้รอดพ้นจากการประทุษร้ายของพวกโจรเขาคะยั้นคะยอที่จะให้สิ่งใดสิ่งหนึ่ง แก่ข้า ที่ได้ช่วยชีวิตของเขาไว้ ทั้งๆ ที่ข้าเองก็มิได้หวังสิ่งตอบแทนในการกระทำในครั้งนั้น แต่เพราะเหตุที่ข้าไม่มีญาติพี่น้องและเงินทอง เขาจึงนำข้าร่วมเดินทางไปกับเขา และรับข้าไว้เป็นสมาชิกในครอบครัวอย่างกับบุตรของเขาเอง”

“วันหนึ่ง หลังจากที่ข้าได้คุ้นเคยกับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ เขาได้นำกล่องไม้เล็กๆ ใบนี้มาให้ข้าดู ภายในกล่องมีแผ่นหนังบางๆ อยู่สิบม้วน แต่ละม้วนมีเลขหมายประจำม้วนแรก เป็นคำแนะนำในวิธีการศึกษา หลักการ ของม้วนอื่นๆ ให้ได้ผล ส่วนที่เหลือต่างเป็นคำจารึกที่ว่าด้วยหลักการสำคัญในการปฏิบัติของศิลปทาง ธุรกิจ อันจะนำไปสู่ความสำเร็จสุดยอดในชีวิต ในปีแรกข้าต้องทนทรมานในการศึกษาคำจารึกเหล่านี้และปฏิบัติตามคำแนะนำต่างๆ จนข้าสามารถจำได้อย่างแม่นยำทุกตัวอักษร คำสอนเหล่านั้นก็ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในความนึกคิด และเป็นนิสัยประจำวันของข้า”

ไหลังจากนั้นข้าได้รับมอบคำจารึก ทั้งสิบม้วนนี้พร้อมด้วยจดหมายปิดผนึก หนึ่งฉบับและเงิน จำนวนห้าสิบเหรียญทอง เขาได้สั่งไม่ให้ข้าเปิดดูข้อความในจดหมายที่ปิดผนึก จนกว่าข้าจะได้ออกไปพ้นบ้านที่ข้าอาศัยอยู่ในขณะนั้น ข้าได้กล่าวลาแก่ทุกคนในครอบครัวนั้น และรอจนข้าเดินทางมาถึงเมืองพาลัมมีร่าจึงได้เปิดซองจดหมายออกดูข้อความภาย ใน เนื้อหาของจดหมายบอกให้ข้ารับเงินจำนวนห้าสิบเหรียญทองที่ได้มา เพื่อใช้ในการเริ่มต้นธุรกิจการค้าของข้า โดยสั่งให้ข้าปฏิบัติตามบทบัญญัติในม้วนแผ่นหนังทั้งสิบฉบับ และในจดหมายนั้นยังได้สั่งให้ข้าแจกจ่ายรายได้ครึ่งหนึ่งของข้าที่หามาได้ ให้กับคนยากจนที่ไม่มีโอกาสอย่างข้า แต่ม้วนแผ่นหนังทั้งสิบจะต้องถูกเก็บไว้เป็นความลับโดยไม่ให้ใครอื่นล่วงรู่ เป็นอันขาด จนกว่าจะถึงเวลาที่ข้าจะต้องมอบให้กับใครคนหนึ่ง ซึ่งข้าจะรู้ได้ด้วยสัญญาณอันเป็นเครื่องหมายพิเศษเมื่อเวลานั้นมาถึง”

เฮฟิดสั่นศีรษะ “กระผมไม่เข้าใจความหมายของท่านครับ”

เอาละข้าจะอธิบายให้เจ้าฟัง” ชายชราหยุดสูดลมหายใจก่อนจะพูดต่อ “ข้าได้เฝ้าคอยเสาะหาบุคคลที่ข้าต้องการจะมอบม้วนแผ่นหนังเหล่านี้ ให้มาเป็นเวลานานปี และขณะที่ข้ากำลังเสาะหาอยู่ ข้าก็ได้ใช้คำสอนในม้วนแผ่นหนังทั้งหมดนี้มาใช้ เพื่อสร้างความมั่งคั่งให้กับข้าพร้อมกันไป ข้าเกือบจะเชื่อเสียแล้วว่าคงไม่มีใครที่มีคุณสมบัติครบ ที่ข้าต้องการจะมาปรากฏให้ข้าเห็นก่อน ที่ข้าจะตายเป็นแน่ จนกระทั่งเจ้ากลับมาจากเบ็ธเลเฮม และความเชื่อประการแรกของข้าที่เห็นว่า เจ้าคือบุคคลที่ข้าควรจะมอบสิ่งนี้ ให้คือปรากฏการณ์ประหลาดของดวงดาวอันแจ่มใส ที่ติดตามเจ้ามาจากเบ็ธเลเฮมในตอนแรก ข้าต้องการที่จะทำความเข้าใจในความหมายของอุบัติการอันพิศดารครั้งนี้ แต่ข้าก็ต้องเลิกล้มความคิดเพราะไม่ต้องการนึกคิด ในสิ่งที่เป็นความประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า แต่แล้วเมื่อเจ้าได้บอกข้าว่าเจ้าได้ให้เสื้อคลุมแก่ทารกน้อย บางสิ่งบางอย่างในจิตสำนึกของข้าได้บอกว่า การค้นหาบุคคลที่ข้าต้องการได้สิ้นสุดลงแล้ว ซึ่งข้าก็รู้ได้ในขณะนั้นว่าใครคือบุคคลที่จะต้องได้รับม้วนแผ่นหนังเหล่า นี้ และก็เป็นเรื่องที่แปลกยิ่งนัก ทันทีที่ข้าค้นพบบุคคลที่ข้าได้พยายามเสาะหามาเป็นเวลานานปี พลังแห่งชีวิตของข้าก็เริ่มอ่อนลงขณะนี้ข้ากำลังเข้าใกล้วาระสุดท้ายไปเต็ม ทีแล้ว แต่การค้นหาผู้รับทอดคำจารึกในม้วนหนังก็ได้สิ้นสุดลงแล้ว และข้าก็สามารถจากโลกนี้ไปด้วยใจอันสงบ”

เสียงของชายชราชักจะเบาบางลง แต่เขาได้พยายามเคลื่อนกายเข้าไปใกล้เฮฟิดยิ่งขึ้น “จงฟังให้ดีลูกรัก เพราะข้าไม่มีพลังพอที่จะกล่าวซ้ำคำเหล่านี้ได้อีก”

นัยน์ตาของเฮฟิดเปียกชุ่มไปด้วยน้ำตาขณะที่เขาเลื่อนกายเข้าไปจนชิดนายจ้าง ชายชราพยายามสูดลมหายใจลึกก่อนที่จะกล่าวต่อไป “ขณะนี้ข้าได้มอบความลับอันมีค่ายิ่งให้กับเจ้าแล้ว แต่ประการแรกมีเงื่อนไขบางอย่างที่เจ้าจะต้องยอมรับ ภายในกล่องใบนี้ยังมีถุงใส่เหรียญทองจำนวนร้อยเหรียญรวมอยู่ด้วย เงินจำนวนนี้แม้ว่าเจ้าจะนำไปซื้อสินค้าได้จำนวนไม่มากนัก แต่ก็พอที่จะเริ่มต้นเข้าสู่โลกแห่งธุรกิจการค้าได้ ข้าอาจจะมอบความมั่งคั่งอันมหาศาลของข้าให้กับเจ้าได้ในขณะนี้ แต่มันจะทำให้เจ้าเป็นคนที่ไม่มีคุณค่าในสมรรถภาพของตัวเองไป และจะเป็นการดีกว่านั้นมากนักหากเจ้าได้กลายเป็นผู้มั่งคั่งที่สุดในโลก และเป็นนักธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่ด้วยตัวเจ้าเอง ซึ่งเจ้าก็เห็นได้ว่าข้าไม่ได้ลืมความหวังอันสดใสของเจ้า”

“ให้เจ้ารีบเดินทางออกจากเมืองนี้ในทันที มุ่งไปสู่กรุงดามัสกัส ที่นั้นเจ้าจะพบกับโอกาสอันไม่มีเขตจำกัดที่จะใช้คำสั่งสอนในม้วนแผ่นหนัง มาปฏิบัติให้ได้ผล เมื่อเจ้าหาที่อาศัยที่ปลอดภัยได้แล้ว ให้เจ้าเปิดคัมภีร์ม้วนที่หนึ่งขึ้นดูก่อนอ่านซ้ำแล้วซ้ำอีก จนเข้าใจถึงวิธีการลับอย่างแจ่มแจ้ง ซึ่งจะเกี่ยวพันต่อไปในการศึกษาบทบัญญัติ และหลักการสู่ความสำเร็จสุดยอดทางธุรกิจในแผ่นหนังม้วนอื่นๆ อีกทั้งหมด ในขณะที่เจ้าศึกษาวิธีการในคัมภีร์ไปตามลำดับ ให้เจ้าทำการขายสินค้าที่เจ้าซื้อมาควบคู่กันไป และหากเจ้านำความรู้ที่ได้มาจากคำจารึกเหล่านี้รวมเข้ากับ ประสบการณ์ที่เจ้าได้รับมาจากการขายสินค้าแล้ว ปริมาณการจำหน่ายสินค้าของเจ้าจะต้องเพิ่มปริมาณขึ้นทุกๆ วันอย่างแน่นอน สำหรับเงื่อนไขประการแรกของข้าคือ เจ้าจะต้องสาบานว่าเจ้าจะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำในแผ่นหนังม้วนที่หนึ่ง อย่างเคร่งครัด เจ้าจะยินยอมไหม?”

“ครับท่าน”

“ดีมาก….และเมื่อเจ้าได้คำแนะนำในม้วนแผ่นหนังไปใช้แล้วแน่นอนที่สุดว่า เจ้าจะต้องมั่งคั่งกว่าที่เจ้าเคยคิดฝันไว้มากนัก และเงื่อนไขประการที่สองของข้าคือ เจ้าจะต้องแจกจ่ายรายได้ครึ่งหนึ่งของเจ้าที่หาได้ให้แก่คนยากจนอย่างสม่ำ เสมอ โดยไม่มีการบิดเบือนเป็นอันขาด เจ้าจะยอมรับหรือไม่?”

“ครับท่าน”

“และต่อไปเป็นเงื่อนไขที่สำคัญกว่าอะไรหมด คือห้ามไม่ให้เจ้าร่วมศึกษาคำจารึกเหล่านี้กับผู้หนึ่งผู้ใด และไม่ให้เจ้าถ่ายทอดความรู้ที่เจ้าได้มาจากม้วนแผ่นหนังให้ผู้อื่นทราบ อย่างเด็ดขาด และในวันใดวันหนึ่งข้างหน้า จะมีบุคคลที่สมควรจะได้รับการถ่ายคำจารึกเหล่านี้มาปรากฏตัวแก่เจ้า ด้วยสัญญาณอย่างใดอย่างหนึ่งที่ข้าเคยพบเห็นมาก่อน และเมื่อเจ้าแน่ใจว่าเป็นบุคคลที่ถูกต้องตามจุดประสงค์ เจ้าก็สามารถจะมอบม้วนแผ่นหนังทั้งหมดให้แก่เขาหรือแก่หล่อนได้ การมอบสิ่งนี้ครั้งต่อไป ไม่จำเป็นจะต้องมีเงื่อนไขสำหรับผู้ที่ได้รับอีกอย่างเช่นเงื่อนไขของข้า และของเจ้าที่กำลังเป็นไปในขณะนี้ข้อความภายในจดหมายที่ข้าได้รับระบุว่า บุคคลที่สามที่ได้รับม้วนแผ่นหนังเหล่านี้ สามารถจะมอบความรู้ที่ได้มาให้กับคนอื่นทุกคนในโลกได้ และเจ้าคิดว่าเจ้าจะรับเงื่อนไขข้อที่สามนี้ไว้ได้หรือ?”

“ครับท่าน ผมจะปฏิบัติตามนั้น”

แพทรอสรู้สึกปลอดโปร่งใจ คล้ายกับได้ยกความกดดันอันหนักอึ้งออกจากทรวงอก เขายิ้มอย่างเป็นสุขและลูบใบหน้าเฮฟิดด้วยมือซึ่งผอมเกร็ง “จงรับกล่องไม้ไปเดี๋ยวนี้และรีบเดินทางออกจากที่นี่ในทันที ข้าจะไม่พบกับเจ้าอีกจงไปพร้อมกับความรักของข้า และข้าขอภาวนาให้เจ้าจงประสบความสำเร็จร่วมกับลิชซ่า ซึ่งจะได้อยู่ร่วมกันกับเจ้าอย่างมีความสุขต่อไปภายหน้า”

น้ำตาได้ไหลนองลงบนแก้มทั้งสองข้างของเฮฟิด ขณะที่เขาอุ้มหีบไม้เดินออกไปจากห้องนอนของชายชรา เขาหยุดอยู่ข้างนอกครู่หนึ่ง วางกล่องลงบนพื้น และหันกลับไปที่นายจ้างของเขา แล้วกล่าวขึ้นดังๆ ว่า “ความล้มเหลวจะไม่มีอิทธิพลเหนือความพยายามของกระผมได้ หากการตัดสินใจเพื่อความสำเร็จของกระผมมีความแข็งแกร่งพอ” ชายชราพนักหน้าและยิ้มอย่างพึงพอใจ เขายกมือขึ้นโบกอำลาเป็นครั้งสุดท้าย