Categories
10 คัมภีร์นักขายผู้ยิ่งใหญ่ หนังสือ

มหาเศรษฐีผู้ยิ่งใหญ่[1] เริ่มต้น

The Greatest Salesman In The World -1-

เฮฟิดยืนอยู่หน้าแผ่นโลหะสัมฤทธิบานใหญ่ เขามองดูภาพสะท้อนของตนเองพร้อมกับครุ่นคิดถึงความชราภาพ ที่ปรากฏบนแผ่นโลหะเป็นเงาวับ

“เหลือเพียงดวงตาเท่านั้นที่ยังรักษาความเป็นหนุ่มของมันอยู่ได้” เขาพึมพำออกมาเบาๆ ขณะที่หันตัวกลับจากบานโลหะ เดินข้ามพื้นหินอ่อนของห้องโถงอย่างเชื่องช้า

ภายในห้องโถง ได้รับการตบแต่งและประดับด้วยอัญมณีสูงค่า พื้นหินอ่อนสีขาวผ่อง ได้ถูกตัดสลับกับแผ่นหินนิลเป็นมันวับ เพื่อรับกับเพดานห้องซึ่งระยิบระยับไปด้วยลายสลักของแผ่นเงิน และทองคำ โต๊ะกลางห้องแกะขึ้นจากแก่นไม้เนื้อดีและงาช้าง ด้วยฝีมืออันเปรียบเทียบมิได้ของช่างผีมือเอกในกรุงดามัสกัส

ไม่ว่าใครที่ได้มาเยือนคฤหาสน์แห่งนี้ จะต้องเห็นพ้องต้องกันว่า เฮฟิดเป็นบุรุษที่มั่งคั่งและร่ำรวยอย่างมหาศาลคนหนึ่งของโลกจริงๆ

มหาเศรษฐีผู้เฒ่าเดินออกจากห้องโถงผ่านสวนไม้ดอกตรงไปยังคลังเก็บสินค้า ที่อยู่ห่างจากตัวคฤหาสน์ราวห้าร้อยหลา อีราสมัสผู้ชราซึ่งเป็นหัวหน้าบัญชีทรัพย์สินของเขา ยืนอยู่ตรงหน้าประตูคลังสินค้าด้วยอาการนอบน้อม

“สวัสดีครับ ท่าน”

เฮฟิดพยักหน้ารับโดยไม่กล่างคำใดออกมา อีราสมัสเดินตามเจ้าหนายไปอย่างสงบ แต่สีหน้าแสดงให้เห็นถึงความประหลาดใจที่จู่ๆ เจ้านายก็สั่งให้เข้ามาพบในคลังเก็บสินค้าแห่งนั้น

เมื่อเดินเข้าไปใกล้ที่ถ่ายเทสินค้า เฮฟิดหยุดมอ
ดูคนงานขนถ่ายสินค้าลงจากรถม้าและนำไปเรียงซ้อนไว้ในโรงเก็บซึ่งมีทั้งขน สัตว์ ผ้าลินิน หนังสัตว์ที่ฟอกแล้ว พรมจากเปอร์เชีย น้ำมันพืชจากเอเชียไมเนอร์ เครื่องแก้เจียรนัย เครื่องประดับหินพลอยจากอารเบีย เสื้อผ้าและเครื่องยาจากพาล์มีรา หินอ่อนและหินชนวนจากอียิปต์ เสื้อขนสัตว์จากบาบิโลน ภาพเขียนจากกรุงโรม รูปแกะสลักจากกรีก เครื่องหอมและน้ำมันจันทน์อย่างดีที่ส่งกลิ่นหอมตระหลบไปทั่วทั้งบริเวณ

ในที่สุดเฮฟิดหันไปทางอีราสมัส ถามขึ้นว่า

“พอจะคำนวณได้ไหมว่า ทรัพย์สมบัติของข้าที่มีอยู่ขณะนี้มีค่าสักเท่าใด?”

อีราสมัสหน้าซีด “ท่านหมายถึงทุกสิ่งทุกอย่างใช่ไหมครับ”

“ใช่ ทุกสิ่งทุกอย่าง”

“ในระยะนี้กระผมยังไม่ได้สำรวจหาค่าที่แน่นอน แต่พอจะตีค่าได้ว่า อย่างน้อยทั้งหมดของท่าน มีราคาไม่ต่ำกว่าเจ็ดล้านเหรียญทองครับท่าน”

“แล้วสินค้าทั้งหมดที่มีอยู่ในคลังสินค้า ขณะนี้ถ้าจะเปลี่ยนเป็นทองคำละจะได้สักเท่าไร?”

“การตรวจนับสินค้าสำหรับฤดูนี้ ยังไม่เสร็จสิ้นครับ แต่กระผมสามารถคำนวณได้ว่าสินค้าทั้งหมดภายในคลังสินค้าขณะนี้ มีราคาอีกไม่น้อยกว่าสามล้านเหรียญทอง”

เฮฟิดพยักหน้า “หยุดซื้อสินค้าต่างๆ ตั้งแต่บัดนี้ เตรียมแผนการจำหน่ายสินค้าทั้งหมดที่ข้ามีอยู่ให้หมดไปโดยเร็ว และเปลี่ยนเป็นเงินที่ได้มาทั้งสิ้นเป็นทอง”

อีราสมัสอ้าปากค้างด้วยความตกตลึง แต่ก็ไม่มีเสียงใดหลุดออกมาจากปาก เขาผละไปทางข้างหลังเล็กน้อยคล้ายกับถูกทุบด้วยของหนักๆ จนในที่สุดหลังจากที่ได้ระงับจิตใจให้เป็ปรกติลงได้บ้างแล้ว เขาจึงกล่างออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“กระผมไม่เข้าใจครับท่าน เพราะปีนี้เป็นปีที่เราทำเงินกำไรได้มากที่สุด ที่จะหน่ายสรรพสินค้าทุกสาขาของเราต่างรายงานมาว่า ระยะนี้เป็ระยะที่จำหน่านสินค้าได้ดีที่สุดกว่าทุกๆปีที่ผ่านมา แม้แต่ชาวโรมันก็หันเข้ามาเป็นลูกค้าประจำและสนใจในสินค้าของเรามากขึ้น ตัวแทนของเราในเมืองเจรูซาเล็มขายม้าอาหรับ จำนวนสองร้อยตัวหมดในเวลาไม่ถึงสัปดาห์ กระผมจึงไม่เข้าใจในคำสั่งของท่านจริงๆ และหากคำทักท้วงของกระผมครั้งนี่ไม่เป็นที่สบอารมณ์ของท่าน กระผมก็ต้องขออภัยท่านด้วย”

เฮฟิดยิ้มอย่างอ่อนโยน เขาจับมือรีราสมัสบีบเบาๆ

“สหายผู้ซื่อสัตย์ของข้า เจ้ายังพอจะระลึกถึงคำสั่งของข้าที่
สร้างความพิศวงให้กับเจ้าเมื่อตอนที่เจ้าเพิ่งเข้ามาทำงานกับข้าใหม่ๆได้อยู่หรือเปล่า?”

อีราสมัสขมวดคิ้วขบคิดอยู่คู่หนึ่ง ใบหน้าของเขาแจ่มใสขึ้น “ครับ กระผมจำได้ว่าท่านสั่งให้กระผมแบ่งผลกำไรครึ่งหนึ่งของท่านทุกๆปี เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับคนจนและคนที่กำลังต้องการความช่วยเหลือ”

“ในตอนนั้น เจ้าไม่คิดว่าข้าเป็นคนโง่เกินไปที่จะเป็นพ่อค้าหรอกหรือ?”

“กระผมไม่ได้คิดเช่นนั้นหรอกครับ แต่ตรงกันข้าม กระผมกลับรู้สึกมีความสุข ที่ได้ปฏิบัติตามคำสั่งท่านเช่นนั้น”

เฮฟิดพยักหน้า เขามองแววตาของอีราสมัสผู้ซื่อสัตย์ที่เป็นผู้รับใช้มานานเกือบครึ่งศตวรรษ “ทีนี้เจ้าจะพอยอมรัยได้ไหมล่ะว่า คำสั่งของข้าที่จะให้กับเจ้าไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลที่เจ้าจะต้องเข้าใจได้ เสมอไป?”

“ครับท่าน”

“ถ้าเช่นนั้นข้าก็ขอให้เจ้าจงรักษาความเชื่อมั่น และการปฏิบัติตามคำสั่งของข้าต่อไป จนกว่าข้าจะอธิบายแผนการให้รู้ในตอนหลัง ขณะนี้สังขารของข้าก็ชราภาพเต็มทีแล้ว สิ่งที่ข้าต้องการคือความเป็นอยู่อย่างง่ายๆและธรรมดา ตั่งแต่ข้าต้องสูญเสียลิชซ่าภรรยาสุดที่รักของข้าไป สิ่งที่เหลืออยู่หาได้มีความสุขที่แท้จริงแก่ข้าไม่ ข้ามีความปรารถนาที่จะแบ่งทรัพย์สมบัติอันมหาศาลของข้า ให้กับชีวิตจนๆของชาวเมืองนี้ ข้าจะเหลือทรัพย์สมบัติไว้บางส่วน เพียงเพื่อใช้ประทังชีวิตไว้ไม่ได้ต้องลำบากเท่านั้น และในขณะที่ได้เลิกกิจการธุรกิจของเรา ข้าขอให้เจ้าเตรียมเอกสารสำคัญต่างๆ เพื่อข้าจะได้มอบสาขากิจการค้าทุกแห่งของข้า ให้เป็นสมบัติของผู้ที่ทำหน้าที่เป็นผู้จักการในขณะนี้ และให้เจ้าแจกเงินของข้าให้กับผู้จัดการสาขาเหล่านี้คนละห้าพันเหรียญทอง เพื่อเป็นรางวัสในความซื่อสัตน์ของพวกนั้นต่อข้ามานานปี และในขณะเดียวกันเขาอาจจะนำไปเป็นทุนในการซื้อสินค้าเพิ่มเติมได้อีก”

อีราสมัสอ้าปากคล้ายกับจะพูดอะไรออกมา แต่เฮฟิดยกมือขึ้นเป็นสัญญานให้เขาเงียบเสียง “ดูเหมือนว่าคำสั่งของข้าทั้งหมดนี้ทำให้เจ้าไม่พอใจใช่ไหม?”

อีราสมัสสั่นศรีษะและพยายามฝืนยิ้ม “มิได้ครับ เพียงแต่กระผมไม่อาจเข้าใจในเหตุผลความต้องการของท่านได้”

“เป็นนิสัยที่ดีของเจ้าที่พยายามรักษาผลประโยชน์ของข้าไว้ แทนที่จะเห็นผลประโยชน์ของตัวเจ้าเอง แต่เจ้าไม่ต้องคิดถึงอนาคตของตัวเจ้าเองบ้างหรือ ในเมื่อข้าคิดที่จะล้มเลิกกิจการค้าอันกว้างขวางของข้าเสียที?”

“กระผมได้ร่วมรับใช้ในงานธุรกิจของท่านมาเป็นเวลานานปี ท่านจะให้กระผมคิดถึงผลประโยชน์ของกระผมแต่เพียวคนเดียวในตอนนี้ได้อย่างไร”

เฮฟิดโอบกอดลูกจ้างผู้ซื่อสัตย์แล้วตอบว่า “ไม่จำเป็นหรอกอีราสมัส ข้าขอให้เจ้าจัดการถ่ายบัญชีเงินของข้าจำนวน ห้าหมื่นเหรียญทองไว้ในบัญชีชื่อของเจ้าโดยเร็วที่สุด และข้าขอร้องให้เจ้าอยู่เป็นเพื่อนข้าที่นี่ จนกว่าข้าจะปฏิบัติตามสัญญาที่ข้ายึดถือมาเป็นเวลานานให้เสร็จสิ้นไปเสีย ก่อน แล้วข้าจะยกคฤหาสน์หลังนี้ พร้อมทั้งคลังสินค้าให้กับเจ้าทั้งหมด เพื่อข้าจะได้พร้อมที่จะไปอยู่ร่วมกับลิชซ่าภรรยาสุดที่รักของข้ายังโลกอีก ใบหนึ่ง”

หัวหน้าบัญชีทรัพย์สินผู้ชรามองดูหน้าเจ้านายของเขา โดยไม่อาจจะเข้าใจในคำพูดต่างๆที่เขาได้ยิน แล้วพึมพัมออกมาว่า “ห้าหมื่นเหรียญทอง คฤหาสน์อันสูงล้ำด้วยราคา และคลังสินค้า กระผมไม่ควรจะได้รับถึงเพียงนั้น”

เอฟิดพยักหน้า “ข้าได้คำนึงถึงมิตรภาพของเจ้าที่มีต่อข้าว่าเป็นสมบัติที่มีค่าเหนือสิ่ง อื่นใด ทรัพย์สมบัติที่ข้ามอบให้กับเจ้าหาได้มีค่าเท่ากับความซื่อสัตย์ และความจงรักภักดีของเจ้าที่มีต่อข้าไม่ เจ้าได้สร้าวศิลป์แห่งการดำรงชีพไม่เฉพาะเพื่อตัวเจ้าเองเท่านั้น แต่เจ้าทำเพื่อคนอื่นด้วยในขณะเดียวกัน และด้วยคุณสมบัติอันนี้เองที่ทำให้เจ้าอยู่เหนือคนอื่น ขณะนี้ข้าเร่งเร้าให้เจ้ารีบจัดการทุกสิ่งทุกอย่างที่ข้าสั่งให้เสร็จสิ้นลง โดยเร็วที่สุด เพราะสำหรับข้า เวลาเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดเหนือสิ่งอื่นใด เพราะภาชนะที่รองรับเวลาแห่งอายุขัยของข้า กำลังจะปริ่มล้นลงได้ในชั่วโมงใดชั่วโมงหนึ่งข้างหน้า”

อีราสมัสหันหน้าหลบไปเสียทางอื่น เพื่อต้องการซ่อนน้ำตาที่ไหลเอ่อออกมา เสียงของเขาแตกพร่าเมื่อถามขึ้นว่า “สัญญาอะไรที่ท่านยึดถือไว้จนถึงขณะนี้? เพราะแม้แต่ท่านจะให้ความสัมพันธ์กับกระผมอย่างกับญาติพี่น้อง แต่กระผมก็ยังไม่เคยได้ยินท่านพูดถึงเรื่องนี้มาก่อนเลย”

เฮฟิดยิ้มและยกมือขึ้นกอดอก “ข้าจะคุยกับเจ้าอีกหลังจากที่เจ้าได้จัดการตามคำสั่งของข้าในเช้าวันนี้ ให้เสร็จสิ้นไปเสียก่อน ซึ่งข้าจะเปิดเผยความลับแห่งความสำเร็จในชีวิตธุรกิจของข้าให้เจ้ารู้ มันเป็นความลับที่ไม่มีใครล่วงรู้มาก่อนนอกจากภรรยาสุดที่รักของข้าเพียงคน เดียว และเราได้ปกปิดไว้เป็นเวลาถึงสามสิบกว่าปี”

มหาเศรษฐีผู้ยิ่งใหญ่

รู้สึกว่าชื่อไทย จะชื่อ พวกนี้อ่ะ

“วิธีหาเงินและสร้างสุข”(พ.ศ.2521) แปลโดยวารินทร์ สินสูงสุด และวันทิพย์ สินสูงสุด ที่สถาบันวิทยบริการจุฬาฯ(หอกลาง,หอสมุดกลาง)

“สุดยอดนักขาย” (พ.ศ.2526) แปลโดย สุริยฉัตร ชัยมงคล ที่สถาบันวิทยบริการจุฬาฯ(หอกลาง,หอสมุดกลาง)

“กำลังใจ”(พ.ศ.2529) แปลโดย สุริยฉัตร ชัยมงคล มีที่หอสมุดสุรัตน์ โอสถานุเคราะห์, สถาบันวิทยบริการจุฬาฯ(หอกลาง,หอสมุดกลาง)

“สูตรสร้างกำลังใจเพื่อเป็นยอดนักขาย”(พ.ศ.??) ที่ ม.เทคโนโลยีราชมงคลอีสาน

“มรดกทางปัญญามหาเศรษฐีร้อยล้าน” (พ.ศ.2536) ที่ ม.ทักษิณ

แปลจากเล่มนี้

The Greatest Salesman In The World
– By Og Mandino