เบื่อพูดคำว่ารักไหม? ลอง 8 วิธีบอกรัก ที่ไม่ต้องเอ่ยคำว่า ‘รัก’ สักคำแต่ยังซึ้งใจ

เพราะการกระทำ นั้นจับต้องและสัมผัสได้ชัดเจนกว่าคำพูด อย่าปล่อยให้คำบอกรักเป็นเพียงแค่ลมปากที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป มาลงมือ บอกรักด้วยภาษากายและการกระทำดีๆ ให้คนที่เรารักกันดีกว่า เพราะมันมีคุณค่าและความหมายลึกซึ้งส่งตรงจากใจถึงใจ

1. จุ๊บเบาๆ การจุ๊บที่แก้มเบาๆ หรือจุ๊บที่ปากอย่างอ่อนโยน คือการส่งข้อความบอกรักด้วยสัมผัสทางกายที่ทำให้คนได้รับรู้สึกดี๊ดี มีงานวิจัยเผยว่าการจูบนั้นช่วยกระตุ้นการเต้นของหัวใจ และช่วยเพิ่มความรู้คุณค่าในตัวเอง (self-esteem) ให้กับผู้ที่ได้รับด้วย จัดว่าเป็นการบอกรักที่นุ่มนวลและอบอุ่น แต่ได้ผลเกินคาดนะจ๊ะ จุ๊บๆ

2. อ้อมกอดอันอบอุ่น การสัมผัสทางกายอย่างการกอดกัน การแนบชิดอิงแอบ โอบไหล่ จับมือกัน ล้วนให้สัมผัสที่อบอุ่น ปลอดภัย และรู้สึกดีอย่างมากมาย เป็นการส่งภาษากายว่าฉันรู้สึกดีที่อยู่ใกล้เธอ ดีกว่าบอกรักกันผ่านสมาร์ทโฟนแต่ชีวิตจริงนั่งอยู่คนละมุมโซฟา

3. เป็นผู้ฟังที่ดี ลองคิดดูสิว่ามันจะดีขนาดไหน ถ้าในวันที่แสนเหน็ดเหนื่อยหรือเครียดจากงาน แล้วมีคนๆหนึ่งคอยรับฟังเรื่องราวปัญหาของเราอย่างตั้งใจ ปล่อยให้เราพูดระบายความรู้สึก ใส่ใจเรื่องราวและความรู้สึกของเรา ไม่ใช่แค่ฟังหูซ้ายทะลุหูขวา นี่เป็นของขวัญชิ้นพิเศษสำหรับวันนั้นเลยทีเดียวเชียวล่ะ ฉะนั้น ถ้ารักใคร จงมอบของขวัญชิ้นนี้ให้เขาคนนั้นเลยจ้า

4. ให้ความสำคัญ สำหรับสาวไฮเปอร์เป็นเจ้าแม่โปรเจ็คต์ชอบหาอะไรทำตลอดเวลา แต่! ต้องไม่ลืมหันมาใส่ใจคนข้างๆด้วยนะ ใช้เวลาแม้เพียงแค่ 1 นาทีก็ยังดี หันไปสบสายตา ส่งยิ้ม หรือหยุดฟังเขาพูดบ้าง เพื่อแสดงให้เขารับรู้ว่าเขาคือคนสำคัญสำหรับเรา ในทางกลับกัน เราก็ย่อมรู้สึกดีเช่นกันถ้าเขาให้ความสำคัญกับเราแบบนี้ ทำดีต่อกันในเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันดีกว่ามานั่งเสียดายเมื่อสายไป

5. ใส่ใจเรื่องเล็กน้อย  ความรักไม่จำเป็นต้องเล่นใหญ่ แค่ให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็กๆน้อยๆนี่ล่ะ เช่น เขาชอบหรือไม่ชอบอะไร ไม่ว่าจะเป็นกาแฟ อาหาร ไปจนถึงเพลง หนัง หรือสถานที่ท่องเที่ยว ในวันพิเศษๆ เราอาจจัดเตรียมเซอร์ไพรส์ของที่เขาชอบไว้ให้ เป็นการบอกรักทางอ้อมแบบเบาๆ ที่ทำได้บ่อยๆ และใครได้รับก็ต้องปลื้ม (เขาเองก็อาจรอเซอร์ไพรส์เราอยู่เหมือนกัน)

 

6. โลกไม่ได้มีแค่เราสองคน การให้ความสำคัญกับคนสำคัญในชีวิตของเขาก็เป็นเรื่องสำคัญนะ เพราะนอกจากความสัมพันธ์แบบคู่รักแล้ว เขา (และเรา) ก็ยังมีความสัมพันธ์รูปแบบอื่นๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็น พ่อแม่ พี่น้อง เพื่อนสนิทมิตรสหาย ถ้ารักเขา ก็ต้องรักคนสำคัญของเขาด้วย ลองคิดดูสิถ้าแฟนเรามานั่งเม้ามอยกับแก๊งเพื่อนสาวของเราได้ดีเป็นปี่เป็นขลุ่ยเราจะปลื้มแค่ไหน ในทางกลับกัน เขาก็คงจะรู้สึกดีเหมือนกันถ้าเราเข้ากันได้ดีกับเพื่อนของเขา

7. โลกสวยด้วยคำขอบคุณ คำขอบคุณบางทีก็ดีต่อใจไม่แพ้คำบอกรักเลยเชียวล่ะ รู้จักพูดขอบคุณในสิ่งต่างๆ ที่เขาทำให้เรา หรือเรื่องราวดีๆ ที่ผ่านเข้ามา ไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ จงบอกออกมาทันที หรือจะส่งข้อความ หรือเขียนโน้ตแปะไว้ก็ได้ บอกให้เขารู้ว่าเราซาบซึ้งและขอบคุณกับสิ่งดีๆ ที่เขาทำ เราไม่ได้มองข้ามมันไปนะที่รัก

8. รู้จักเว้นระยะห่าง มีคำกล่าวไว้ว่า ถ้าเธอรักใคร จงปล่อยให้เขาเป็นอิสระ นั่นไม่ได้หมายความว่าเราจะปล่อยให้คนรักของเราหลุดมือไปนะจ๊ะ แต่หมายถึงการปล่อยให้เขาได้มีพื้นที่ส่วนตัวบ้าง ให้เขาไปอยู่กับเพื่อนฝูงของเขา หรือทำเรื่องที่เขาชอบโดยไม่ต้องอยู่ตัวติดกับเราตลอดเวลา (เราเองก็ไปทำสิ่งที่เราชอบของเราไง) เคารพในพื้นที่ส่วนตัวของกันและกันด้วยความไว้ใจ นี่คือการบอกรักที่พิเศษกว่าใครและเป็นรักที่ยั่งยืน


ที่มาจาก www.bolde.com

10 บทเรียนจากชีวิตของขุ่นพ่อ Tony Robbins

“10 บทเรียนจากชีวิตของขุ่นพ่อ Tony Robbins”

Tony Robbins คือ นักเขียนและนักพูดเพื่อสอนการใช้ชีวิต การพัฒนาตนเองชื่อดังชาวสหรัฐฯ ผู้เป็นเบื้องหลังความสำเร็จของใครหลายๆ คนในปัจจุบัน ด้วยแง่คิดดีๆ ในการใช้ชีวิต หรือเรียกว่า “บทเรียนชีวิต” ดีๆ นั่นเอง

วันนี้เลยขอเอา 10 ข้อที่เราสามารถเรียนรู้ได้จากเขามาฝากกัน

1. แลก “ความซาบซึ้ง” มาด้วยความคาดหวัง

เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณมี “ความซาบซึ้ง” มากกว่าที่คุณจะคาดหวัง คุณจะรู้สึกพอ คุณจะรู้สึก “ขอบคุณ” ที่ไม่ว่าคุณจะมีเงินแค่ไหน ก้าวมาถึงจุดไหน คุณมีความสุขได้กับสิ่งที่คุณมี

เคยมีชายคนหนึ่ง อายุมาแล้ว แต่ยังมีกำลังวังชา มีพลังงานในหัวใจที่ยังทำนู่น ทำนี่ได้อีกมาก เมื่อมีคนถามเขาว่า ทำไมด้วยวัยขนาดนี้ยังมีพลังงานอยู่ เขาบอกว่า เพราะว่า ในทุกๆ วันเขา “ขอบคุณ” สิ่งที่เขามี และมีความสุขในทุกๆ วันนั่นเอง

2. เราจดจ่ออยู่กับอะไร พลังงานทั้งหมดของเราก็ไปอยู่ตรงนั้น

เลือกให้ดีว่าคุณอยากจะโฟกัสอะไรในชีวิตในช่วงเวลาหนึ่งๆ เพราะนั่นคือสิ่งที่จะทำให้พลังงานของคุณมุ่งไปในทางนั้นด้วย หากคุณจดจ่อในเรื่องที่แย่ เรื่องที่ลบ พลังงานก็ถูกใช้ไปทางนั้นมาก และนั่นก็เป็นการเสียพลังงานโดยเปล่าประโยชน์ เพราะฉะนั้น ควรเลือกให้ดี ว่าอย่างให้ชีวิตของคุณในแต่ละช่วงเวลา เดินไปทางไหน

3. มุ่งที่ผลลัพธ์ มากกว่า มุ่งที่การกระทำ

ไม่มีใครบอกว่าการกระทำไม่สำคัญ แต่บางทีการเน้นการกระทำ หรือขั้นตอนแต่ละขั้น มากเกินไป อาจทำให้เราลืมไปว่า เราทำทุกอย่างทั้งหมดนี้เพื่ออะไร เพื่อเป้าหมายใดกันแน่ เพราะฉะนั้น บางทีการที่เรามุ่งเน้นที่ผลลัพธ์ หรือปลายทางความสำเร็จ เราจะรู้ว่า เราอยากได้อะไร เราทำไปทำไม และนั่นจะทำให้การกระทำในแต่ละขั้นตอนมีความหมายมากขึ้น และคุณจะไม่รู้สึกว่าคุณหลงทางนั่นเอง

4. “2 mm change” อาจเป็นสิ่งที่เราต้องการก็ได้

เคยมั้ย หลายๆ ครั้งที่เหมือนเราจะทำดีที่สุดแล้ว แต่เราก็พลาดทุกที ไม่ประสบความสำเร็จ ทั้งๆ ที่เหมือนทุกอย่างจะเข้าข้างเราแล้วเชียว ในจุดนี้ Tony Robbins บอกว่า บางทีมันอาจต้องเปลี่ยนแปลงอะไรนิดหน่อยเท่านั้น แล้วเราก็จะสำเร็จตามเป้าหมายที่เราวางไว้ และบางที การเปลี่ยนแปลงที่ว่ามันเล็กน้อยขนาดเท่ากับ 2 mm เท่านั้นเอง

5.เราต้องการ 3 อย่าง “ร่างกาย, โฟกัส และภาษา”

เราสามารถจัดการณ์อารมณ์ของเราได้ดีที่สุดด้วย 3 อย่างคือ ร่างกาย โฟกัส ภาษา มันคืออะไร?

ลองนึกภาพดู คุณยืนตัวตรง อกผาย ไหล่ผึ่ง คางเชิด มือกำแน่นอย่างมั่นใจ และคุณพูดดังๆ ฟังชัดว่า คุณคือผู้ชนะ อารมณ์ของคุณตอนนั้น คุณคือผู้ชนะ

แต่ในทางกลับกัน ถ้าคุณนั่งลงอย่างห่อเหี่ยว คอตก พูดกับตัวเองเงียบๆ ว่า ทำไมคุณถึงล้มเหลว? อารมณ์ในตอนนั้นคุณก็คือ คนล้มเหลวจริงๆ นั่นเอง

จำไว้นะว่า คุณสามารถมีอิทธิพลต่ออารมณ์ของตัวคุณเองมากกว่าที่คุณคิด

6.ความต้องการของมนุษย์ 6 อย่าง

Tony Robbins บอกว่า คนเรา ไม่ว่าจะมาจากไหน แบคกราวนด์เป็นอย่างไร มี 6 สิ่งที่เป็นความต้องการพื้นฐาน ที่ทำให้ชีวิตของเรามีพลังในการเดินต่อได้ 6 สิ่งนั้นคือ

ความแน่นอน – ในความรู้สึกที่ว่า เราจะสามารถหลีกเลี่ยงความทุกข์และความเจ็บปวดได้

ความไม่แน่นอน – คือความต้องการในการเปลี่ยนแปลง การอยากเจอ อยากรู้สิ่งใหม่ๆ

ความสำคัญ – ทุกคนอยากรู้สึกว่าตนสำคัญ เป็นเอกลักษณ์ เป็นคนพิเศษ

ความสัมพันธ์ ความรัก – จากความรู้สึกผูกพันธ์กับสิ่งๆ หนึ่ง หรือ ใครสักคน

การเติบโต – ความเข้าใจที่มากขึ้น ความสามารถที่เพิ่มขึ้น

ความเสียสละ – การช่วยเหลือคนอื่น การให้ การสนับสนุนคนอื่น

7.เปลี่ยนเรื่องเล่า เปลี่ยนชีวิต

ทุกคนล้วนมีเรื่องเล่าในชีวิตที่จะเล่าให้คนอื่นๆ ฟัง บางทีเวลาคนอื่นถามคำถามเราว่า “วันนี้เราเป็นอย่างไรบ้าง” คำตอบนั้นจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับเรา เราเป็นคนกำหนดนิยามเรื่องราวของเราเองได้ และนี่คือสิ่งที่จะส่งผลกับมุมมองของชีวิตคุณได้เลย

8.การตัดสินใจของเรา นำเราสู่โชคชะตาของเรา

สิ่งที่กำหนดโชคชะตาของเรา ไม่ใช่อะไรหรอกนอกจากการตัดสินใจของเราเอง และในชีวิตของเรานั้น มีการตัดสินใจอยู่ 3 อย่างที่เราทำมาเสมอคือ เราจะโฟกัสไปที่อะไร? มันมีความหมายอย่างไรกับเรา? แล้วเราจะทำมันให้เกิดขึ้นได้อย่างไร?

9.กฎ 3 อย่างของการเป็นผู้นำ

การเป็นผู้นำที่ดีนั้น Tony Robbins บอกว่าควรเริ่มจาก การมองสิ่งที่เกิดขึ้น แบบที่มันเป็น ไม่ใช่แย่กว่าที่เป็น ต่อมาคือ มองสิ่งที่เกิดขึ้นดีกว่าที่เป็นจริง และสุดท้ายคือ การทำให้สิ่งที่คุณอยากให้มันเป็น เป็นจริงขึ้นมา เพียงเท่านี้คุณจะรู้ว่า คุณอยู่ที่จุดไหน และคุณอยากไปที่จุดไหน และคุณควรทำอย่างไรกับมัน ซึ่งสามารถใช้ได้กับทุกเรื่องในชีวิตเลยล่ะ

10.ความสำเร็จมักทิ้งคำใบ้ให้คุณเสมอ

ถ้าคุณคือคนหนึ่งที่อยากให้ความสำเร็จของคุณมาถึงเร็วๆ Tony Robbins บอกว่า ในโลกนี้ ต้องมีสักคนที่สำเร็จในแบบที่คุณต้องการ เพราะฉะนั้น สิ่งหนึ่งที่คุณควรทำคือเรียนรู้ ลอกเลียนจากคนที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว แค่นี้คุณก็จะใช้เวลาที่สั้นลง เพราะคุณไม่ต้องไปผ่านกระบวนการลองผิดลองถูกนั่นเอง

นักวิทยาศาสตร์เผย 2 คุณสมบัติที่จะทำให้คุณเป็น คู่รักที่มีความสุข

การจะมีรักที่ดีนั้น แท้จริงแล้วต้องใช้ความพยายามและความเข้าใจในหลายด้าน แถมยังต้องใช้ความพยายามของทั้งสองฝ่ายอีกด้วย แต่ความจริงแล้ว ความรักนั้นจะยืนยาวไปได้ด้วยดีเป็น คู่รักที่มีความสุข ยาวนาน ประกอบไปด้วย 2 สิ่งนี้เท่านั้น

นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบแล้วว่า มีเพียง 2 สิ่งที่บ่งบอกถึงความสุขในความสัมพันธ์ซึ่งเป็นสิ่งประจำวันที่เรามีกันอยู่ทุกวันซึ่งนั่นก็คือ ” ความใจดี และ ความมีเมตตา”

จากการ เก็บข้อมูลกว่า10 ปีของงานวิจัย และ ศึกษาจากคู่รักกว่าพันคน นักจิตวิทยาจอห์นและจูลี่ กอตต์แมน ได้ค้นพบว่า “ความใจดีคือกาวใจของคนรักกัน” ซึ่งต้องควบคู่ไปพร้อมกับความมั่นคงทางอารมณ์ด้วย ซึ่งถือว่าเป็นกุญแจสำคัญของคนรักกัน

เหตุใดความใจดีถึงเป็นปัจจัยสำคัญล่ะ? นั่นก็เพราะความใจดีนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งเวลาที่คุณทะเลาะกับคนรัก หากคุณยังมีจิตใจที่พร้อมจะใจดีกับคนรัก ความโกรธความเกลียดเหล่านั้นจะไม่ทำร้ายความสัมพันธ์ของคุณสองคนนั่นเองค่ะ

การใจดีนั้น ไม่ได้หมายความว่า เราไม่สามารถแสดงความโกรธได้ หากแต่ความใจดีจะหล่อหลอมให้เราแสดงความโกรธในรูปแบบอื่นๆ เช่น เปลี่ยนจากการปาหอกไปทำร้ายคนรัก เป็น การอธิบายว่าเรารู้สึกยังไง ทำไมเราถึงโกรธ อธิบายด้วยเหตุผลมากกว่า จูลี่ กอตต์แมน อธิบาย

ที่มา brightside

เรียบเรียงโดย Women MThai Team

ทิศทางแห่งความฝัน

ถ้าบุคคลก้าวหน้าอย่างมั่นใจสู่ทิศทางแห่งความฝันของเขาและเพียรพยายามเพื่อใช้ชีวิตในแบบที่เขาจินตนาการ เขาจะพบกับความสำเร็จอย่างไม่คาดฝันในช่วงเวลาแสนธรรมดา

~ เฮนรี เดวิด ทอโร ~

คำพูดแห่งความเป็นผู้นำควรจำ

เกิดมาเป็นปราชญ์แท้

เกิดมาเป็นปราชญ์แท้ อยู่ที่ไหนก็อยู่ได้ และเมื่ออยู่แล้วเป็นคนที่สร้างคุณค่าและมีคุณประโยชน์ของผู้อื่นเล่า

มิตร ศัตรู

“วาสนาเป็นส่ิงที่ฟ้ากำหนด”

“เกิดมาเพื่อเป็นมิตร ย่อมเสริมส่งให้ฐานมั่นคง”

“เกิดมาเป็นศัตรู ย่อมคิดแย่งและแข่งขัน”

~ ขงเบ้ง ~

พื้นฐาน 7 ข้อ แห่งการเป็นผู้นำตัวเอง

พื้นฐาน 7 ข้อ แห่งการเป็นผู้นำตัวเอง

  1. การเรียนรู้
  2. การยืนยัน
  3. การนึกภาพจินตนาการ
  4. การจดบันทึก
  5. การตั้งเป้าหมาย
  6. การออกกำลังกาย
  7. โภชนาการ

เกิดมาเพื่อสร้างสรรค์ความดี

“การเกิดของแต่ละคน ย่อมไม่เหมือนกัน
นั้นขึ้นอยู่กับการกระทำครั้งในอดีต
เกิดมาเพื่อสร้างสรรค์ความดี
เพื่อเป็นเสบียงให้เป็นวาสนา”

~ ขงเบ้ง ~

สถานการณ์สร้างวีรบุรุษ

สถานการณ์สร้างวีรบุรุษ

คนเก่ง คนกล้า หรือแม้กระทั้งคนบ้า เกิดได้ทุกสถานที่ สุดแล้วแต่คุณจะเลือกเป็น