13 นิสัย เศรษฐี ควรค่าแก่การเดินตาม สำหรับมือใหม่หัดสร้างตัว

มีคนจำนวนไม่น้อยที่โชคดีเกิดมาพร้อมต้นทุนชีวิตที่ดี มีเงินถุงเงินถัง ได้ชื่อว่าเป็นมหาเศรษฐีแบบไม่ต้องลงแรง แต่ก็มีคนอีกมากมายที่สามารถเปลี่ยนตัวเองจากคนธรรมดาเป็นมหาเศรษฐีได้ด้วยน้ำพักน้ำแรง อะไรคือความลับของพวกเขา ไม่ต้องปวดหัวหาคำตอบอีกต่อไป เพราะ โทมัส คอร์ลีย์ ได้เฉลยคำตอบไว้ในหนังสือเรื่อง “Change Your Habits, Change Your Life” ไว้หมดแล้ว หลังจากใช้เวลาถึง 5 ปี ศึกษาเกี่ยวกับนิสัยของบรรดาเศรษฐีที่สร้างตัวด้วยตัวเองถึง 177 คน และพบว่าอุปนิสัยมีผลต่อความสำเร็จหรือล้มเหลวในชีวิตคนเราจริงๆ โดยเขาได้สรุป 13 นิสัยที่บรรดา เศรษฐี พึงมี ซึ่งคุณไม่จำเป็นต้องอายหากคิดจะทำตาม

1.รักการอ่าน

1.รักการอ่าน : เศรษฐี ส่วนใหญ่ชอบหาความรู้ใส่ตัวมากกว่าหาความบันเทิง 88%ของเศรษฐีอุทิศเวลาอย่างน้อยวันละ 30 นาทีเพื่ออ่านหนังสือ โดยหนังสือยอดฮิตที่นิยมอ่าน ได้แก่ ชีวประวัติของคนที่ประสบความสำเร็จ ประวัติศาสตร์ และหนังสือเพื่อพัฒนาตัวเอง

2.ชอบออกกำลังกาย

2.ชอบออกกำลังกาย : 76%ของเศรษฐีแบ่งเวลาอย่างน้อยวันละ 30 นาทีหรือมากกว่านั้น เพื่อออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอให้หัวใจสูบฉีด ซึ่งไม่เพียงดีต่อสุขภาพ แต่ยังส่งผลถึงสมอง ช่วยบำรุงเซลล์สมอง เพิ่มการผลิตของกลูโคสซึ่งเปรียบเหมือนเชื้อเพลิงที่พร้อมจุดประกายให้สมองโลดแล่น

3.สังสรรค์กับคนที่ประสบความสำเร็จด้วยกัน

3.สังสรรค์กับคนที่ประสบความสำเร็จด้วยกัน : คนเราจะประสบความสำเร็จได้ เมื่อห้อมล้อมด้วยคนที่ประสบความสำเร็จ เศรษฐีจึงมักคบค้ากับคนที่มีเป้าหมายในชีวิต มองโลกในแง่ดี และมีความกระตือรือร้น ขณะเดียวกันพวกเขาเลือกหันหลังให้กับพวกโลกสีเทา ชอบคิดลบ เพราะมองว่ามุมมองลบๆจะบั่นทอนความมุ่งมั่นในการไล่ล่าความสำเร็จของตัวเอง

4.ไล่ตามเป้าหมายของตัวเอง

4.ไล่ตามเป้าหมายของตัวเอง : หลายคนเสียเวลาในชีวิตไปกับการวิ่งตามความฝันของคนอื่นขณะที่เศรษฐีส่วนใหญ่มุ่งมั่นกับการวิ่งตามความฝันของตัวเอง เพราะพวกเขารู้ดีว่าแพชชั่นจะทำให้การทำงานเป็นเรื่องสนุก ทำให้มีพลังและพร้อมจะเอาชนะความล้มเหลวและความผิดพลาดที่เข้ามา

5.ตื่นแต่เช้า

5.ตื่นแต่เช้า : เกือบ 50% ของเศรษฐีจะตื่นนอน 3 ชั่วโมงก่อนที่จะเริ่มทำงาน เพื่อจะได้มีเวลาสะสางงานที่ตั้งใจทำให้เสร็จโดยไม่ต้องหวั่นเกรงว่า การประชุมที่ยืดยาว หรือ การจราจรที่ติดขัด จะกระทบกับงานที่คุณตั้งเป้าไว้ ซึ่งในทางจิตวิทยา ข้อดีของการบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้เสมอ ก็เหมือนเป็นการให้รางวัลตัวเองทางอ้อม ทำให้คุณรู้สึกว่าสามารถควบคุมปัจจัยรอบตัวได้

6.มีรายได้จากหลายแหล่ง

6.มีรายได้จากหลายแหล่ง : 65% ของคนรวยมักมีแหล่งรายได้ไม่ต่ำกว่า 3 แห่ง นอกจากเงินเดือนประจำ พวกเขายังมีช่องทางหาเงินจากการปล่อยเช่าอสังหาริมทรัพย์ การลงทุนในตลาดหุ้น และเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจ

7.มีกุนซือดี

7.มีกุนซือดี : ถือเป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับที่ทำให้เศรษฐีจำนวนไม่น้อยประสบความสำเร็จกุนซือที่ดีต้องคอยให้กำลังใจและผลักดันให้นักธุรกิจเดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง และคอยสอนว่าอะไรที่ควรหรือไม่ควรทำ รวมทั้งแบ่งปันประสบการณ์เพื่อให้นักธุรกิจนั้นได้นำมาเป็นบทเรียน

8.คิดบวกเสมอ

8.คิดบวกเสมอ : คนส่วนใหญ่ มักไม่รู้เท่าทันความคิดของตัวเอง ไม่รู้ว่าตัวเองชอบคิดลบ ซึ่งตรงข้ามกับนิสัยของเศรษฐีที่นิยมคิดบวกอยู่เสมอ

9.เป็นจ่าฝูง

9.เป็นจ่าฝูง: เศรษฐีมักเลือกที่จะสร้างกลุ่มก้อนของตัวเอง แล้วดึงคนอื่นที่มีความสนใจคล้ายกันเข้ามาอยู่ด้วยกัน มากกว่าที่จะพาตัวเองเข้าไปกับกลุ่มก๊วนที่คนส่วนใหญ่อยู่

10.รู้มารยาทสังคม

10.รู้มารยาทสังคม : นับเป็นหนึ่งในคุณสมบัติของเหล่าเศรษฐี ไม่ว่าจะต้องไปออกงานสำคัญขนาดไหนพวกเขาก็รักษามารยาทในสังคมได้เป็นอย่างดี และแต่งกายได้เหมาะสมกับวาระโอกาส

11.ช่วยคนอื่นให้ประสบผลสำเร็จ

11.ช่วยคนอื่นให้ประสบผลสำเร็จ : ไม่มีใครประสบความสำเร็จได้ด้วยตัวคนเดียว เพราะฉะนั้นเศรษฐีจึงไม่ลืมยื่นมือเข้าช่วยเหลือคนที่มีฝันมีความมุ่งมั่น ให้ประสบความสำเร็จ ไม่แน่ว่าในอนาคตคนเหล่านี้อาจกลายเป็นหนึ่งในขุนพลสำคัญของทีมงานของเขาก็ได้

12.หยุดเพื่อคิด

หยุดเพื่อคิด : เศรษฐีจะแบ่งเวลา10-15 นาทีเพื่อตั้งคำถามกับตัวเองในตอนเช้า เช่น จะทำอย่างไรเพื่อหาเงินให้ได้มากขึ้น, มีความสุขกับงานที่ทำหรือยัง,ออกกำลังกายเพียงพอหรือยัง

13.รับฟังเสียงสะท้อน

13.รับฟังเสียงสะท้อน : เศรษฐีไม่กลัวคำวิจารณ์ แต่มองว่าเป็นข้อมูลสำคัญที่ใช้ประเมินสิ่งที่ทำอยู่ว่าดีหรือไม่ สิ่งที่กำลังทำนั้นมาถูกทางหรือไม่

ขอบคุณอ้างอิงข้อมูลจาก Bussiness Insider

แปลโดย TERRABKK

ความคิดสร้างสรรค์ไม่ใช่เพียงแค่สิ่งที่นําเข้ามาใส่ แต่ร่วมถึงสิ่งที่คุณเอาออกไปด้วย

ความคิดสร้างสรรค์ไม่ใช่เพียงแค่สิ่งที่นําเข้ามาใส่

แต่ร่วมถึงสิ่งที่คุณเอาออกไปด้วย

อย่าทิ้ง ความหวัง ความฝัน เอาไว้เบื้องหลัง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม

อย่าทิ้ง ความหวัง ความฝัน เอาไว้เบื้องหลัง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม

คุณต้องทําสิ่งที่คุณ อยากทํา อยากเป็น ก่อน

คุณต้องทําสิ่งที่คุณ อยากทํา อยากเป็น ก่อน

ก่อนที่จะได้ทําหรือได้เป็นสิ่งนั้นจริงๆ

15 แนวคิดที่จะเปลี่ยนชีวิตคุณไปตลอดกาล ภายใน 5 นาที (บทความแปล)

เกริ่นนำ

ผมไม่เคยบอกว่าชีวิตนั้นมันง่ายเลย แต่สิ่งหนึ่งที่ผมได้เรียนรู้ไม่กี่ปีที่ผ่านมา ได้เปลี่ยนแปลงทุกสิ่งไป คือ อะไรก็ตามที่เราคิด หรือเราอยู่กับมันนานๆ สุดท้ายมันจะกลายเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าเราเป็นคนยังไง ซึ่งทุกคนก็คงอยากที่จะประสบความสำเร็จ มีความสุขกันใช่ไหมล่ะ แต่วิธีการ “คิด” อย่างไรที่จะให้ได้ผลลัพธ์แบบที่ต้องการเนี่ย มันยากมากๆ หลายๆ คนเลยไม่ได้ทุ่มเทให้กับมันมากพอ (ก็เพราะมันยาก) ซึ่งมีประโยคหนึ่งที่ถูกกล่าวออกมาโดย Helen Keller ว่า

People don’t like to think, if one thinks, one must reach conclusions. Conclusions are not always pleasant.

อธิบายได้ประมาณว่า คนส่วนใหญ่ไม่ชอบการคิด ไม่ชอบการตั้งเป้าหมาย เพราะเมื่อคิด คาดหวังแล้ว ลงมือทำแล้ว บางครั้งสุดท้ายผลลัพธ์อาจจะไม่เป็นดังที่หวังไว้ก็เป็นได้ ฟังดูมันก็เจ็บปวดเหมือนกันนะครับ แต่ชีวิตก็แบบนี้แหละครับ

ถ้าผมบอกว่ามีวิธีคิด 15 แบบที่จะเปลี่ยนแปลงวิถีการดำเนินชีวิตของคุณไปตลอดกาลล่ะ? พร้อมนะ มาดูกันทีละข้อเลย

1: คิดใหญ่ แต่ให้เริ่มทำจากจุดเล็ก

ต้องการที่จะสร้างบริษัทใหญ่โตไหม? ต้องการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคุณหมู่มากไหม? ต้องการสร้างผลงานที่เป็นประโยชน์กับคนทั้งโลกไหม? ต้องการเป็นเศรษฐีพันล้านไหม?

ซึ่งก็แน่นอน ทุกคน “อยาก” แต่มันจะไม่มีทางที่จะเป็นจริงขึ้นมาได้เลย ถ้าเกิดเรามีความคิดบางอย่างแบบด้านล่างขวางกั้นตัวเองเอาไว้

มันยากเกินไป ทำไม่ได้หรอก

มันมีคนทำไปเรียบร้อยแล้ว เราสู้เขาไม่ได้หรอก

แล้วมีอะไรดีขึ้นไหมล่ะ? เราต้องวางเป้าหมายให้สูงเข้าไว้สิ ยังไงเราก็ไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้ว ความล้มเหลวก็เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จเหมือนกัน แค่ให้แน่ใจว่าเราเริ่มทำจากสิ่งเล็กๆ หมั่นทำมันบ่อยๆ ให้คิดว่าสิ่งเดียวที่เราต้องการก็คือ เป้าหมายอันยิ่งใหญ่ที่เราวางเอาไว้ตั้งแต่แรก แต่ถ้เราาตั้งเป้าหมายไว้ต่ำเกินไป ผลลัพธ์ก็จะออกมาแบบต่ำๆ เช่นกัน

2: ปัญหาต่างๆ ก็เป็นแค่คำถามที่ยังหาคำตอบไม่เจอ

ผมไม่เข้าใจว่าทำไมเวลาคนเราชอบตื่นตระหนกเวลาเจอปัญหาใหญ่ๆ บางคนก็บอกว่า “มันเลวร้ายที่สุด ตั้งแต่เคยเจอมาแล้ว” ทุกครั้งๆ ที่เราใส่ความคิดเครียดๆ แบบนี้ ก็เหมือนกับการบั่นทอนชีวิตของเราเองไปเรื่อยๆ จนพังทลายลงไปในที่สุด ให้เราคิดแบบนี้แทนว่า

ปัญหามันก็แค่คำถามธรรมดาของชีวิต หรืออาจจะยากบ้าง ที่ยังหาคำตอบไม่เจอก็เท่านั้นเอง ให้เราใช้สติ พยายามหาคำตอบของคำถามเหล่านั้น ก็เท่านั้นเอง

3: สร้างความสัมพันธ์กับคนอื่นๆ ให้มั่นคงด้วยความรัก

มีเหตุผลหลายๆ อย่าง ที่ทำให้มนุษย์ต้องออกไปแสวงหาความสัมพันธ์กับคนอื่นๆ เช่น เรื่องเงิน ความกลัวที่จะอยู่อย่างโดดเดี่ยว ความต้องการให้คนอื่นสนใจในตัวเรา เป็นต้น ซึ่งไหนๆ มันก็เป็นสิ่งที่เราต้องทำอยู่แล้ว ก็ให้มองมันในรูปแบบของ “ความรัก” ซะเลย เพราะเมื่อเรารักใครเข้าแล้ว เราก็คงไม่สามารถที่จะรู้สึกเกลียดเขาได้ในเวลาเดียวกัน เพราะฉะนั้นความมั่นคงของความสัมพันธ์ระหว่างเรากับผู้อื่นควรจะต้องมีพื้นฐานมาจาก ความรัก ความเคารพให้เกียรติ การเชื่อใจกัน ความอดทน เพื่อนร่วมงานที่ดี เสียงหัวเราะ

4: ไม่มีของฟรีในโลก

ไม่สำคัญว่าเราจะทำอะไร แต่บอกได้เลยว่าไม่มีอะไรที่ได้มาฟรีๆ ในชีวิตแน่ๆ เราต้องจ่าย “เงิน” หรือ “เวลา” โดยเฉพาะเวลาซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีค่ามากที่สุด และอื่นๆ อีกมากมาย เพื่อแลกกับสิ่งที่เราต้องการ

ชีวิตคนเรามันก็เหมือนการทำธุรกิจประเภทหนึ่ง ซึ่งนักธุรกิจเก่งๆ เขาใช้เวลาที่มีอยู่ทุกนาทีอย่างคุ้มค่า ถามว่าเขาทำได้อย่างไร? ตอบได้ง่ายๆ เลย คือ เขา “ประเมิน” ว่าสิ่งไหนทำแล้วคุ้มกับเวลาที่เสียไป ถึงจะทำ และรู้จัก “ปฏิเสธ” ในสิ่งที่ไม่จำเป็นด้วย เพราะการปล่อยเวลาให้ผ่านไปอย่างไร้ประโยชน์ ถือเป็นสิ่งสุดท้ายในชีวิตที่พวกเขาเหล่านี้จะทำเลยทีเดียว

5: อย่ากลัวที่จะตัดสินใจ

บางครั้งเราอาจจะคิดว่า การที่เราอยู่เฉยๆ โดยไม่ต้องตัดสินใจอะไรในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง จะทำให้เราปราศจากความผิดพลาด แต่จริงๆ แล้ว สิ่งที่อันตรายที่สุดก็คือการที่เราไม่ทำอะไรเลยเนี่ยแหละ เช่น การรอคอยคนอื่นมาทำแทน การผลัดวันประกันพรุ่ง การตั้งข้อสงสัยมากเกินไปแต่ไม่ลงมือทำ เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันไม่ได้ช่วยให้ประโยชน์กับชีวิตเราขึ้นมาเลย เพราะฉะนั้นแล้ว เมื่อถึงเวลา จงกล้าที่จะตัดสินใจ “เลือก” อย่างหนักแน่น ถึงแม้ถ้าท้ายที่สุดแล้วเราตัดสินใจผิด ก็ไปขอโทษ ขออภัยกัน และเลือกตัดสินใจใหม่อีกครั้ง ยังดีเสียกว่าไม่ยอมตัดสินใจเสียอีก

6: เป็นผู้นำตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ในบางครั้งคนเราเป็นผู้นำ บางครั้งก็เป็นผู้ตาม ตอนอยู่ที่ทำงานเราอาจจะเป็นผู้นำ และกลายเป็นผู้ตามเมื่อกลับถึงบ้าน ซึ่งก็ไม่เห็นจะมีอะไรผิดเลย

เมื่อเรารู้ว่า อะไรผิด และพบว่าคนอื่นๆ หันไปมองรอบๆ เพราะไม่มีใครอยากที่จะรับผิดชอบในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ถ้าคุณกล้าที่จะแบกความรับผิดชอบไว้ นั่นแหละ คุณคือผู้นำที่แท้จริง มันคือคุณ

7: มีความรู้สึกที่เป็นเจ้าของ ในสิ่งที่ตนทำอย่างภาคภูมิใจ

มีสิ่งเดียวเท่านั้น ที่ช่วยให้คุณจากการที่ไม่มีอะไรเลย เป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จได้ ก็คือ การทำงาน เพราะฉะนั้นแล้ว เวลาทำงานใดๆ ก็ตาม ให้ทำอย่างเต็มที่ มีความคิด ความรู้สึก เหมือนมันเป็นลูกของเรา แล้วผลลัพธ์จะออกมาอย่างดีเยี่ยมเอง

8: มองตัวเองเหมือนเป็นพนักงานขาย

จริงๆ แล้วทุกคนก็คือพนักงานขายนั่นแหละ อย่างเช่น เวลาคุณไปออกเดทกับหนุ่มหรือสาว คุณก็จะขายใสสิ่งที่ตัวเองมี ตัวเองทำ พยายามทำให้อีกฝ่ายเชื่อใจในตัวคุณให้ได้ หรือในการสมัครงานก็เช่นกัน คุณต้องทำให้บริษัทเชื่อให้ได้ว่า ถ้าเขารับคุณเข้ามาแล้ว เขาจะไม่ผิดหวัง

เพราะฉะนั้นแล้ว เมื่อใดก็ตามที่คุณ “ขาย” จงทำตัวให้โปร่งใส ซื่อสัตย์ และเลือกเป้าหมายที่คุณจะ “ขาย” ให้ถูกด้วย ไม่ต้องไปเสียเวลากับคนที่ไม่ชอบคุณ การขายไม่ใช่การมานั่งคิดว่าจะมีคนที่ไม่ชอบสินค้าหรือตัวคุณมากน้อยแค่ไหน แต่เป็นการมองหาคนที่ใช่ต่างหาก

9: ถ้าอยากเพิ่มความมั่นใจในตัวเอง จงหมั่นฝึกฝน

ถ้าคุณรู้สึกไม่มั่นใจในสิ่งที่ทำเมื่อไหร่ ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม อย่าไปเสียเวลามากกับการหาแรงบันดาลใจจากที่อื่น เช่น หนังสือ โพส talk เป็นต้น

ให้จำไว้เลยว่า การที่คุณจะมีความมั่นใจในการทำสิ่งใดๆ มันเกิดจากเรียนรู้ ลงมือทำ วิเคราะห์ผลลัพธ์ นำมาปรับปรุงแก้ไข หลังจากนั้นก็วนลูปแบบเดิมไปเรื่อยๆ ซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควร เพราะความมั่นใจนั้นมันจะค่อยๆ เติบโตอย่างช้าๆ ทุกวัน นั่นเอง

10: ให้ความสำคัญกับมิตรสหาย

มนุษย์เรานั้นเป็นสัตว์สังคม จำเป็นต้องอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่ม ถ้าคุณอยู่ลำพัง คุณจะตายก่อนเป็นอันดับแรก คุณอาจจะคิดว่าคุณไม่จำเป็นต้องมีเพื่อนก็ได้ แต่สุดท้ายคุณก็พยายามผูกมิตรกับคนอื่นไปโดยที่ไม่รู้ตัวอยู่ดีนั่นแหละ เพราะฉะนั้นแล้ว จงให้ความสำคัญกับเพื่อน และยอมรับด้วยว่าเขาก็ต้องมีชีวิตในแบบของพวกเขาเช่นกัน

เมื่อระยะเวลาผ่านไป เมื่อความคิดของคุณโตมากขึ้น มีความรับผิดชอบมากขึ้น และมีเวลาน้อยลง หลายสิ่งหลายอย่างแปรเปลี่ยนไป คุณเปลี่ยน ผู้คนเปลี่ยน แต่มิตรภาพระหว่างคุณกับเพื่อนเท่านั้นที่จะยังคงอยู่เช่นเดิม

11: อย่าเชื่อในทุกสิ่งที่เห็น

มนุษย์เราอาศัยอยู่ในโลกที่ต้องการมีชื่อเสียงโด่งดัง ได้รับยอมรับจากคนอื่น ซึ่งพวกเขาก็จะพยายามแสดงออกมาในสิ่งที่เราอยากเห็น หรือทำให้เขาดูดี

เพราะฉะนั้นแล้วอย่าเชื่อในทุกๆ เรื่องราวความสำเร็จของคนอื่นที่คุณได้พบเจอมา ไม่ว่าจะเป็น YouTubers, นางแบบต่างๆ ใน Instagram, เศรษฐีเงินล้านจากการทำธุรกิจ มันก็จริงอยู่ที่ว่า พวกเขาเหล่านั้นดูดี ไร้ที่ติ แต่จริงๆ แล้วคุณมองเห็นแต่เพียงภายนอกเท่านั้น แต่คุณก็ห้ามไปมองพวกเขาในแง่ร้ายนะ แค่อย่าสนใจกับเปลือกนอกมากจนเกินไปก็พอ

12: เรียนรู้ที่จะรับฟังคำวิจารณ์

เวลามีใครก็ตามมาวิจารณ์คุณ ไม่ว่าจะเป็นในเชิงที่ดีหรือไม่ดีก็ตามแต่ คุณควรจะขอบคุณเขา เพราะว่ามันเหมือนเป็นแหล่งพลังงานในการขับดันให้ชีวิตคุณก้าวต่อไปข้างหน้าได้เป็นอย่างดี

คุณสามารถที่จะนำคำวิจารณ์เหล่านั้นมาพัฒนาตัวคุณ ผลิตภัณฑ์ของคุณ บริการต่างๆ ของคุณ หรือถ้าในบางครั้งคำวิจารณ์เหล่านั้นมันฟังดูไร้สาระเหลือเกิน แน่นอนมันอาจทำให้คุณเกิดอาการหัวร้อนได้ แต่มันก็จะเป็นพลังให้คุณพิสูจน์ว่า นายนั่นแหละที่ไร้สาระ ได้เช่นกัน

13: ถ้าคุณดูแลสุขภาพตัวเองไม่ได้ คุณก็ไม่สามารถดูแลอะไรได้เลย

ไม่ว่าคุณจะชอบหรือไม่ก็ตาม แต่คุณก็รู้อยู่เต็มอกว่า คนเราไม่สามารถที่จะควบคุมร่างกายเราให้ได้ดั่งใจ 100% เต็ม ทำได้ดีสุดก็แค่ กินอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกาย และอย่าใช้ร่างกายตัวเองหักโหมจนเกินไป พักผ่อนเสียบ้าง และไม่ใช่ว่าทำแค่ไม่กี่วันแล้วเลิก แต่ควรจะทำเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอด้วย ถ้าบอกว่า “เวลา” ไม่สามารถเอากลับคืนมาได้ “สุขภาพ” ก็คงไม่ต่างกันเท่าไหร่หรอกเนอะ

14: จงเลือกที่จะมีความสุขอยู่ตลอดเวลา

มีเพียงตัวคุณเองเท่านั้นที่ควบคุมความคิดของตนเองได้ ซึ่งมันส่งผลกับสิ่งที่คุณจะทำต่อไปในภายภาคหน้า ถ้าคุณเลือกที่จะไม่พอใจ โกรธ สิ้นหวัง นั่นแหละ คือ ตัวคุณเองในอนาคต

บางครั้งคนเราก็มีความคิดที่ว่า “ฉันไม่สามารถมีความสุขได้ ฉันต้องรวย ซื้อรถหรูๆ ขับ มีบ้านหลังใหญ่ๆ อยู่” แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย คุณสามารถที่จะมีความสุขได้ในทุกๆ ขณะของช่วงชีวิต มันขึ้นอยู่กับมุมมองชีวิตของคุณเองต่างหาก ว่าเลือกที่จะมองมันแบบไหน

15: สร้างบางสิ่งบางอย่าง

เมื่อคุณกำลังเริ่มทำบางสิ่งบางอย่างในทางที่ดี ไม่สำคัญว่ามันจะเป็นอะไร แต่คุณกำลังทำมันแล้วนี่ คุณอาจจะช่วยแก้ปัญหาให้กับคนอื่นๆ ได้ หรือไม่ก็ให้ความบันเทิงกับพวกเขาเหล่านั้นได้ มองยังไงก็เป็นประโยชน์ทั้งนั้น

เพราะฉะนั้นแล้ว จงอย่ารอที่จะบริโภคข้อมูล สินค้า หรือความบันเทิงต่างๆ จากคนอื่นเพียงฝ่ายเดียว แต่ให้ลองสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ เพื่อคนอื่นบ้าง ซึ่งไม่จำเป็นต้องทำคนเดียวก็ได้ ทำกันเป็นคู่ เป็นกลุ่ม ก็ว่ากันไป ซึ่งในท้ายที่สุดแล้ว มันไม่สำคัญหรอกว่าคุณ หรือเพื่อนคุณกำลังทำอะไรกันอยู่ ขอแค่ทำตนเองให้มีประโยชน์ก็เพียงพอแล้ว

ก็คร่าวๆ ประมาณนี้แหละครับ ยาวพอสมควรเลยทีเดียว อย่าลืมนะครับ ความคิดของเราจะเป็นตัวกำหนดชีวิตของเรา เพราะฉะนั้น จงเลือกให้ดีครับ สำหรับวันนี้ลากันไปเพียงเท่านี้ก่อน พบกันใหม่ บทความหน้า

เครดิตแปล  itopstory
https://itopstory.com/15-ideas-to-change-your-life-forever-ef07c97999a6

สองวันที่สำคัญที่สุดในชีวิตคุณ คือวันที่คุณเกิดและวันที่คุณรู้ว่าเราเกิดมาเพื่ออะไร

สองวันที่สำคัญที่สุดในชีวิตคุณ คือวันที่คุณเกิดและวันที่คุณรู้ว่าเราเกิดมาเพื่ออะไร

The two most important days in your life are the day you ware born and the day you find out why.

– Mark Twain –